เสาเอก-เสาโท :บ้านเรือนมั่นคง ฐานะมั่งคั่ง

                  การ “สร้างบ้านแปงเมือง” หรือสร้างแผ่นดินใหม่ในโบราณ ต้องประกอบพิธีกรรมตั้งเสาหลักเมือง
      ครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญโหราศาสตร์ จะกำหนดฤกษ์ยาม 'ตั้งหลัก' หลักเมือง ก่อเกิด "ชะตาแผ่นดิน" หรือ
      ดวงเมือง

                  สยามประเทศหรือประเทศไทย กำหนดเสาหลักเมือง  "กรุงเทพมหานคร"  เป็นดวงเมือง โดยได้ให้
      เวลาย่ำรุ่งหรือประมาณ 06.45 นาฬิกา  วันที่ 21 เมษายน 2325 ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 10 ค่ำ  เดือน 6 ปีขาล
      ลัคนาสถิตราศีเมษ เป็นฤกษ์ยามตั้งเสาหลักเมือง
                  สำหรับบ้านเรือนที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ทำการค้า ก็ยึดถือแนวทางเดียวกัน นั่นคือจะต้องประกอบ
      พิธีตั้งเสาเอก-เสาโท  กำหนดฤกษ์ยามแบบเดียวกัน โดยใช้ชะตาเจ้าของหรือผู้มีอำนาจการตัดสินใจสูงสุด
      ประกอบวันเดือนปีและเวลามงคล เพื่อประกอบพิธีกรรม

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
                     เสาเอก-เสาโท  คือเสารับน้ำหนักอาคาร-บ้านเรือน  เปรียบเหมือนสามีภรรยาคือหลักแห่งการก่อเกิดครอบครัว เช่นเดียวกับบิดามารดาเป็นเสาหลัก
         ของลูกหลาน ดังนั้นเสาเข็มหรือเสารากฐานที่ตอกจมลงไปในพื้นดิน ไม่ใช่เสาเอก-เสาโท ..!!
                     การปลูกบ้านสร้างเรือนสมัยก่อน ใช้ไม้เป็นส่วนประกอบหลัก เสาเอก เสาโทต้องเป็นเสาไม้ ปัจจุบันใช้เหล็ก ปูน คอนกรีต เสาเอก เสาโททุกวันนี้
         คือเสาเหล็กหรือเสาโครงคร่าวก่อนสร้างแบบเทปูน หรือเสารับน้ำหนักของบ้าน อาคารชั้นหนึ่งนั่นเอง
                     เสาเอกคือผู้ชาย เสาโทคือผู้หญิง

                     เหตุผลของการประกอบพิธีกรรม
                     ตามหลักดิน น้ำ ลม ไฟ ชัยภูมิศาสตร์และอาจารย์สมเจตน์ แสงคำ ณ เวียงกำพู ถือว่าทุกสิ่งในโลก ธรรมชาติทุกมีส่วนเจ้าของหรือเทพผู้ดูแลรักษา
         อดีตสำหรับเสาเอก-เสาโท  คือบูชากราบไหว้ต่อเทพารักษ์  ผู้ดูแลรักษาต้นไม้ที่ต้องนำมาใช้ในการปลูกบ้านสร้างเรือน  ปัจจุบันได้ใช้เหล็ก หิน ปูน ทราย
         ล้วนแต่มาจากธรรมชาติ การกราบไหว้บูชาจึงมุ่งเน้นสื่อถึงสิ่งเหล่านี้ พร้อมกับเทพแห่งพื้นดิน นั่นคือแม่พระธรณี ตลอดถึงเจ้าที่และสิ่งเร้นลับบริเวณนั้น

                     ขั้นตอนและการประกอบพิธีกรรม
                     หลังจากกำหนดตำแหน่งเสาเอก เสาโท ต้องผูกเหล็กโครงคร่าวสำหรับเสาดังกล่าวพร้อมฐานเสา และจัดเตรียมไม้ค้ำเสานั้น
                     ขุดหลุมเสาเอก  เสาโทล่วงหน้า พร้อมประกอบพิธีปัดเสนียดไล่สิ่งเลวร้ายภายหลังขุดหลุม  จัดทำแผ่นไม้ปูพื้นทางเดินสำหรับผู้ประกอบพิธีกรรม            และผู้ร่วมพิธีกรรม  ตั้งโต๊ะปูผ้าขาวตั้งเครื่องบวงสรวงเซ่นไหว้
                     ฤกษ์ยามสำหรับยกเสาเอก เสาโทให้ใช้ภูมิปาโลฤกษ์ มหัทธโนฤกษ์  หรือราชาฤกษ์  ต้องห้ามดาวจันทร์  ดาวพฤหัสบดี สถิตเรือนอริ, มรณะ หรือ
         วินาศน์ และไม่ทำมุมเสียกับพื้นชะตาเจ้าของบ้าน หัวหน้าครอบครัวหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของบ้าน อาคารแห่งนั้น

                     สิ่งของที่ใช้ในการตกแต่งทำขวัญเสาเอก เสาโท ได้แก่
                     - ต้นกล้วย ความสูงประมาณ 1 ศอกเลือกลำต้นสมบูรณ์ ใบไม่มีแมลงกัดกิน ขุดพร้อมราก 2 ต้น  สำหรับเสาเอกหนึ่งต้น, เสาโทหนึ่งต้น
                     - ต้นอ้อย  คัดเลือกใบเรียวยาวสมบูรณ์ไม่มีแมลงกัดกิน ใบและลำต้นไม่หักงอเลือกขุดพร้อมรากความสูงประมาณ 1 เมตรจำนวน 2 ต้น โดยให้ใช้
         สำหรับเสาเอกหนึ่งต้น เสาโทหนึ่งต้นเช่นกัน
                     - ผ้าสามสี ผืนใหญ่ความยาว 5 เมตร จำนวน 3 สี 2 พับ ผูกเสาเอกหนึ่งพับ เสาโทหนึ่งพับ, ผ้าซิ่น 1 ผืนผูกเสาโท, ผ้าขาวม้า 1 ผืนสำหรับผูกเสาเอก,          พวงมาลัยดอกดาวเรือง 2 พวง สายสิญจน์ ม้วนใหญ่ 2 ม้วน

                     ตามขั้นตอนภายหลังพิธีบวงสรวง ที่เรียกว่าแต่งเสาและเชิญขวัญเสาเอก เสาโทก็จะถึงการยกเสาลงหลุมที่จัดเตรียม ใช้ผู้ประคองเสาจำนวน 4, 6,          8..ฯลฯ คน กรณีเสาใหญ่ให้ใช้อุปกรณ์ยก คนประคองลงหลุมตามจำนวนที่กล่าว ระหว่างนี้เจ้าของบ้าน, หัวหน้าครอบครัวหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด          พร้อมสมาชิกภายในครอบครัวหรือองค์กรจะต้องจับสายสิญจน์ที่โยงกับเสาเอก เสาโท ตามลำดับพร้อมตั้งจิตอธิษฐาน ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ครูอาจารย์
         เทวดา ฟ้า ดิน ฯลฯ ดลบันดาลให้ปลูกบ้านสร้างอาคารสำเร็จ มั่นคงแข็งแรง  ระหว่างนี้เจ้าพิธีกรรมจะโห่นำ และร้อง "ไชโย ไชโย ไชโย" ผู้ร่วมพิธีกรรม
         จะต้องร้องสนับสนุนด้วยเสียงอันดัง เพื่อสิริมงคล

                     ยกเสาเอกตั้งเสร็จแล้ว จะต้องดำเนินการตามแบบเดียวกันกับเสาโท ภายหลังเสาทั้งสองตั้งขึ้นแล้ว ผู้ร่วมพิธีกรรมทุกคนต้องจุดธูปตั้งอธิษฐานจิต
         ถวายเครื่องบวงสรวงสังเวยตามที่จัดเตรียมไว้  
                     ธูปมอดหมดแล้วจะต้องตัดแบ่งเครื่องบวงสรวงจัดใส่กระทงใบตอง นำไปไว้บริเวณด้านหน้าสถานที่ปลูกสร้างบ้าน อาคารแห่งนั้น ทั้งนี้ต้องวาง
         ตรงมุมประตูหรือตรงทางสามแพร่ง ปักธูปหนึ่งดอกบอกกล่าวสำหรับสัมภเวสี วิญญาณเร่ร่อน ทั้งหลายเพื่อไม่ให้รบกวนการก่อสร้าง
                     เสาเอก-เสาโทต้องตั้งทิ้งไว้ในลักษณะนั้น  หนึ่งวันหนึ่งคืนก่อนปลดผ้าสามสี  ผ้าซิ่นและผ้าขาวม้าเก็บเป็นสิริมงคลสำหรับครอบครัว หรือองค์กร
         ต้นกล้วย ต้นอ้อย ปลูกไว้ในมุมใดมุมหนึ่งภายในพื้นที่ของบ้านหรืออาคารแห่งนั้น

                     นอกจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วพื้นดินแต่ละตารางนิ้วคือซากพืชซากสัตว์ทับถมกันหลายร้อยหลายพันปี หลายครอบครัวปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัยไม่ถึงปี
         เกิดความร้าวฉาน ร้อนดั่งไฟ พ่อแม่ประสบปัญหาการงานพร้อมกัน ลูกติดการพนัน ยาเสพติด หรือเกิดสิ่งเร้นลับภายในบ้านอยู่อาศัยไม่มีความสุข
                     เช่นเดียวกับหลายองค์กรธุรกิจก่อสร้างอาคารสำนักงานของตัวเอง ธุรกิจการงานกำลังรุ่งเรืองกลับตกต่ำกระทั่งล้มละลาย
                     สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ใช่เหตุบังเอิญ เพราะสร้างบ้าน อาคารทับที่ดินสิ่งเร้นลับ หรือไม่ได้กราบไหว้บูชาต่อเทวดา ฟ้า ดิน ..!!

               

 หน้าแรก | ประวัติ-ผลงานอาจารย์สมเจตน์ | ที่ปรึกษาธุรกิจ | ตั้งชื่อกิจการ-ออกแบบโลโก้ | ติดต่ออาจารย์

กิจการพัฒนาข้อมูล บริษัท ยูก้า คิม รีโอ จำกัด 
  www.somjate.com 2010-2014 All right reserved.